Num's profileRoom of SilentPhotosBlogListsMore Tools Help

Num NaJa

Interests
I wanna have someone know me and go togeter with me.
เขียนข้อความเยี่ยมเยียนกันหน่อย
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Num NaJawrote:
เปลี่ยนทำไม ก็มันจริงนี่นะ
Aug. 27
แวะมาเม้นแว้ว
แก้ชื่อสเปซเราด่วนเยย
เราม่ะได้เถื่อนนะ เสียหายๆ
Aug. 26

Room of Silent

มุม..มุม..หนึ่ง..ของคนขี้เหงา
September 02

2 กันยายน 2552

วันว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ขอมาเขียนอะไรเล่นสักหน่อย
 
ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวอิจฉาจริงๆ
 
ดันทุรังไปเรื่อย ทั้งๆที่รู้ว่าสุดท้ายก็เท่านั้น
 
แต่ว่าถ้าเจ้าตัวมาอ่านก็ขอโทษด้วยนะที่ทำให้ลำบากใจอยู่เสมอ(อย่าถือสากันเลยนะ)
 
เฮ้อ รู้สึกแย่จังเลยทำยังไงดีเนี่ย อยากจะตัดใจก็ยังทำไม่ได้ พยายามแล้วนะเนี่ย
 
 
ความรักคือการให้ไป <<<< เมื่อไหร่จะทำใจได้นะ
ความรักคือการคว้ามา <<<< ก็คิดอยู่อย่างเงี้ย T_T คนไม่ดีเลยเรา
 
 
ได้ละบายนิดหน่อยก็ยังดีเน้อะ
 
วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง
เรื่องมันเกิดข้นเมื่อวาน โทรศัพท์ข้าพเจ้าโทรไปหาชาวบ้านอีกแล้ว ไม่ใช่สิ โทรศัพท์ไม่ได้โทรไป แต่เบอร์เราดันไปโชว์อยู่ที่เครื่องชาวบ้านเค้า
 
ไม่ใช่ธรรมดานะเนี่ย ปาไป 4 miss call ยังไม่พอ msg ไปอีก 1 ดอก อะไรจะขนาดนั้น
 
ป๊าบ เกิดอะไรขึ้นน่ะหรอ เค้าก็โทรกลับมาน่ะสิ
 
$#$#%#@$!!!! โทรศัพท์ดัง หนุ่มก็รับ ฮัลโหล!!!
เค้าก็ฮัลโหล แล้วก็เงียบกันทั้งคู่ เพื่อรอการสนทนาต่อ
ด้วยความงงหนุ่มก็เงียบสิ (ในใจคิดว่าเสียงน่ารักดีแฮะ แป่ว)
เห็นเงียบก็เลยถามไปว่า โทรมาหาใครครับ
เค้าก็เลยตอบมาว่า นั่นใครน่ะ
เอ่อ แล้วถามตูงี้จะตอบไงดีวะ แล้วบอกไปเค้าจะรู้จักกูมั้ยเนี่ย
เลยตอบไปว่า หนุ่มครับหนุ่ม
เค้าก็เงียบ แล้วบอกว่า "หนุ่มไหนหว่า" (ป๊าดตูว่าแล้ว มันจะรู้จักได้ไงเล่า)
แล้วก็คุยแบบงง งวย งง งง แล้วก็วางสายกันไป เอ้อ พวกเครือข่ายนี่ก็แปลกนะ
เบอร์เราโทรไปหาคนอื่นได้ซะงั้น แห่มๆ นี่ทีที่ 2 แล้วนะ แต่ละที เด็ก ม.กรุงเทพทั้งนั้น อะไรจะขนาดนั้นฮุฮุ
สงสัยเนื้อคู่รออยู่ที่ ม.กรุงเทพ ฮุฮุ
เอ่ คิดไปคิดมาใครโทรมาอำป่าวเนี่ย บอกมานะเฟ้ย - -'
 
August 26

26 สิงหาคม 2552

วันที่ไม่เพิ่มเส้น ไม่ใส่เกี๊ยว (ไม่พิเศษ)วันนึง :P
 
ทำงานง๊อกแง๊กไปวันๆ แต่ในความที่เป็นวันธรรมดา ธรรมดาวันนึงนั้นมันก็.....ไม่.....ก็....ไม่...มีอะไร
 
แล้วกูจะมาทำให้มันงงทำไมล่ะเนี่ย ถ้ามีผู้ชมคงอยากตีหัวผมกระมัง
 
เมื่อมันไม่มีอะไรทำ ก็เลยต้องนั่งวาดความฝันในอนาคต แต่ก่อนอื่นต้องมีเงินก่อน
 
ถ้าอยากมีเงินก็ต้องทำงาน ทำงานสินะ แต่ทว่า ตอนนี้ทำงานมากไปรึปล่าว
 
เพื่ออนาคตอ่ะน๊า รีบทำตอนนี้ซะ (เหมือนจะเป็นความคิดที่ผิด ถ้าตูแก่แล้วตูจะเอาเงินไปทำไรวะ)
 
ว่าแล้วก็แต่งนิทานมั่วๆเองสักเรื่องดีฝ่า ไม่มีอะไรทำ
 
กาลครั้งหนึ่งน้านนาน นาน นาน นาน มาแล้ว
 
มีชายคนหนึ่งชายคนนี้เป็นคนที่แสนจะธรรมด้า ธรรมดา เรียนอยู่ใน ร.ร แห่งหนึ่ง
 
ซึ่งเขาเป็นคน เรียนก็ไม่เก่ง เล่นกีฬาก็ห่วย ขี้เกียจสุดๆ แถมยังบ้านจนอีกต่างหาก
 
แอบไปหลงรักหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอเป็นคนที่ น่ารัก มีเสน่ห์ สดใส ร่าเริง
 
และแน่นอน เธอคนนั้นเป็นขวัญใจของใครหลายๆคน
 
ด้วยการที่เธอเป็นเหมือนดวงดาว ชายผู้นี้จึงต้องหดหู่หัวใจอย่างมาก
 
ในความคิดของเขา เขาคิดได้ให้ตัวเองเป็นเพียงได้อย่างเดียว คือ แพลงต้อนน้ำลึก
 
ซึ่งมันมิสามารถจะมองเห็นดวงดาวได้เลย
 
ชายคนนั้นเฝ้ารอวันแล้ววันเล่า เสมือนแพลงต้อนที่อยากจะได้รับแสงจากดวงดาวอันสดใส
 
ชายคนนั้นเฝ้ารอต่อไป 3 ปี จนเค้าเรียนจบ เขาก็ยังเป็นแพลงต้อนอยู่ ฝั่งตัวอยู่ในส่วนลึกของท้องทะเลสีดำ
 
เวลาผ่านเนิ่นนานไปไม่รู้กี่ปี เขาก็ยังเป็นแพลงต้อน จนวันหนึ่ง
 
เมื่อเขาได้เริ่มคิดจากคนที่ ไม่มีปากคนหนึ่ง อยากจะกลับกลายมาเป็นคนมีปากบ้าง อย่างน้อยก็ขอสักครั้งในชีวิต
 
แต่การที่เขาเป็นแพลงต้อน มานาน ทำให้ไม่กล้าที่จะเริ่มต้น
 
......... to be continue แง่วๆ
 
พอก่อน
 
ฮุฮุ นิทานอะไรหว่าอ่านแล้ว งง งวยสับสน เหมือนชีวิตใครบางคนเลยว๊ะ 5555
 
 
ห้วย วันนี้อยากจะเตะบอล ขาเสือกตะคริวกินเส้นปูดอีก พระเจ้าทำไมกลั่นแกล้งกันอย่างงี้น้อ เซ็งเป็ดเลยยยยยย
 
August 25

25 สิงหาคม วันซุ่มซ่าม

วันนี้ซุ่มซ่ามมากมายเลยอ่ะ
 
ได้แผลทั้งวัน เฮ้อ....
 
ตอนเช้าเดินอยู่ในบ้านดีๆ ก็ไปเตะถูกกระป๋องพลาสติก
 
เตะ ดัง ปั่ก !!!! หันไปมองกระป๋อง แตกกระจุย โอ้ นี่ลูกเตะเราทรงพลังจริงๆ
 
แล้วก็เลยเดินต่อไป ไม่สน ฮุฮุ ยืนขายของอยู่ในบ้านสักพัก
 
พอดีกล้มลงไปดูที่เท้าตัวเอง โอ้แม่เจ้า เลือดท่วมครับพี่น้อง
 
หันกลับไปดูตามทาง บ๊ะเจ้า สาบานนั่นเลือดเราหรอนั่น เป็นทางยาวแล้วมากองอยู่ปลายเท้า
 
ไม่ได้จะเป็นลมเพราะแผล แต่จะเป็นลมเพราะเห็นเลือดตัวเองเนี่ยแหละ ฮุฮุ
 
เลยขว้าทิชชู่ มาพันๆ รอบแผลไว้แล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ ฮุฮุ เดี๋ยวก็หยุดน่า (อ้อทิชชู่ยังไม่ได้ใช้นะ รู้นะคิดอะไรกัน)
 
ต่อมาตอนบ่าย เหมือนเราทำบาปกำลังไรเอาไว้ โดนลวดลองใบเจียตำนิ้วอีก
 
เลือดสาดอีกแล้วสิครับพี่น้อง ก็ต้องเอาทิชชู่มาพันรอบนิ้วอีกตาม เสต็ป สรุปแล้ววันนี้ 2 แผล T_T เศร้าใจ
August 23

นานแล้วนะก็ยังเหงาเหมือนเดิม

บางครั้งอยากจะถามตัวเองว่าทำไม"ต้องรอ"
 
ในเมื่อเรายังไม่ได้เริ่มทำอะไรให้มีโอกาสเลย ก็ยังจะรอ
 
เรามันจะโง่รอไปถึงเมื่อไหร่นะ เมื่อไหร่จะเริ่ม เปิดทางให้ตัวเองสักที
 
เพื่อนๆ: ตื่นได้แล้ว !!! ออกไปดูโลกภายนอกผู้คนมากมาย
 
chiro: ไม่เอาขอนอนรอคอยความฝันอยู่อย่างงี้
 
เพื่อนๆ: ทำไม?
 
chiro: บางครั้ง การปล่อยให้หัวใจได้รักใครบางคนก็มีความสุข
 
เพื่อนๆ: แล้วจะมาบ่นงี่เง่าง๊องแง๊ง ทำไม
 
chiro: ไม่รู้สิ เพราะทุกคนก็มีความเหงาล่ะมั้ง เพียงแต่ตอนนี้ ยังไม่มั่นใจว่าตัวเราขาดอะไร
 
>>> ที่ไม่มีใครไม่ใช่เพราะไม่ชอบใคร แต่เป็นเพราะไม่มีใครชอบเรา :P
>>> ปล่อยตัวเองให้อยู่กับความฝันก็มีความสุข แต่เมื่อตื่นพบความจริงก็มีความทุกข์เพราะความจริงไม่ได้เป็นดั่งความฝัน

ความฝันจางๆ

ชีวิตคนเราบางครั้งก็ไม่สามารถเดินตามทางที่หวังไว้ได้
 
ในเมื่อเส้นทางมันได้ถูกกำหนดมาให้หมดแล้ว
 
หลายคนบอกว่า ทำไมไม่ลองออกนอกทางดูล่ะ
 
ในความคิดอาจเป็นไปได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่สามารถทำได้
 
อาจด้วยปัจจัยภายนอกและภายในหลายๆอย่าง ที่บีบบังคับอยู่
 
เราจึงต้องอดทน เพื่อวันข้างหน้าที่ดีกว่า
 
ถึงแม้ว่าวันนี้ยังจะมองไม่เห็น แต่ก็ใช่วันมันไม่มีอยู่
 
อดทนเอาไว้นะ เข้มแข็งเอาไว้นะ อย่าย่อท้อ
 
ลองมองดูดีๆ ยังมีคนที่ต้องทนทุกข์มากกว่า เยอะกว่าเราอีกมากมาย
 
พวกเขาเหล่านั้นยังทนได้ แล้วเราล่ะชีวิตที่เราอยู่นี้มันแย่เท่าเขาหรือ
 
เฮ้อ ถ้าคิดได้อย่างนี้มันก็ดีสิ ในความเป็นจริงนั่งถอนหลายใจ คิดน้อยใจว่าทำไม
 
จริงๆแล้วหลายคนบอกว่าเราเป็นคนโชคดี จริงๆแล้วเราก็น่าจะเป็นคนโชคดีจริงๆนั่นแหละ
 
เพียงแต่เราไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง
 
แล้วเมื่อไหร่นะ เราจะได้เริ่มต้นความฝันของเราซักที หรือว่าจะต้องรอให้มันหมดเวลาไป....
December 01

เหง้าเหงา

จะมีบ้างมั้ยน๊า ใครที่คิดถึงกันบ้าง T_T
November 06

เป็นเรื่องเป็นราว

ผมตื่นมาภาวะรอบข้างอืมทึมหมด บรรยากาศรอบๆห้องปกคลุมไปด้วยน้ำแช่ะๆที่นองพื้นปะปนกับตะใคร่สีเขียว ผมมองไปรอบๆพบกับคนอีก 3-4 คน ที่นอนหายใจหอบระรั่วเหมือนจะขาดใจไปซะเดี๋ยวนั้น
 
เมื่อผมเริ่มขยับตัวเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของตัวเองและเริ่มผู้สึกเหมือนกับร่างกายเหนื่อยอ่อนแรงมาก ผมเริ่มขยับตัวมากขึ้นแต่ร่างกายดูเหมือนจะไม่สู้ดี ผมเริ่มสังเกตุรอบๆดูเหมือนมันจะเป็นห้องร้างที่ไหน
 
สักแห่ง น้ำแช่ะๆรอบตัวผมมันสร้างความรำคาญมาก เมื่อผมสังเกตุดูร่างกายตัวเองก็พบว่าแขนของผมไม่ปกติ ระหว่างข้อศอกมีพังผืดเกิดขึ้นเหมือนกับแขนข้างนี้ไม่ได้ใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ผมเริ่มจะ
 
พยายามขยับตัวให้มากขึ้น แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เกิดผล ผมเริ่มเอ่ะคิดในใจ ทำไมร่างกายทั่วตัวของผมมันเหมือนกับไม่ได้ใช้งานมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี และแล้วผมก็เริ่มขยับตัวและไถ่ตัวไปตามพื้นที่มีน้ำแชะปนกับตะใคร่
 
สีเขียวที่ขึ้นปกคลุมหนาเป็นบางจุด มือของผมพาดไปสัมผัสกับกับกำแพงที่มีคราบเหมือกเหนียว ดูเหมือนตะเป็นตะใคร่หรืออะไรสักอย่าง บรรยากาศรอบๆห้องดูราวกับเป็นห้องสีน้ำตาลโทรมๆและบวกกับที่มันเป็นห้องทึบ
 
ผมจึงมองไม่เห็นแสงมากนัก กำแพงที่ลื่นทำให้ผมลุกขึ้นยืนได้ลำบาก ผมลุกขึ้นยืนโดยใช้มือข้างหนึ่งซึ่งสามารถใช้งานได้ปกติยันที่กำแพง แต่ดูเหมือนว่าร่างกายบางส่วนของผมหลุดติดอยู่ที่พื้นนั่น แต่นั่นจะใช่ส่วนหนึ่ง
 
ของร่างกายผมรึปล่าวผมไม่สามารถตอบได้ ผมเดินไปบนพื้นที่แช่ะสังเกตุรอบๆ พบผู้คนนอนหอบระรั่ว บางคนก็แน่นิ่งไปเสียแล้วบรรยากาศนั้น มันยิ่งซะกว่าความน่ากลัว ผมเดินไปที่กำแพงห้องด้านหนึ่งซึ่งผมมองเห็น
 
มันตั้งแต่ต้นแล้วว่าเป็นประตู ประตูเป็นประตูไม้โทรมๆมีคราบตะใคร่เกาะเหมือนกับกำแพงรอบๆห้องเมื่อผมเปิดและผลักประตูออกไป แสงสีส้มจ้าก็ปะทะที่ตาของผมจนผมต้องหลับตา แสงมันอาจจะไม่ได้สว่างมากนัก
 
แต่ตาของผมมันดูเหมือนจะไม่สู้แสงนัก ผมเริ่มเดินไปตามทางผมสังเกตุร่างกายของผมได้ชัดเจนน เนื้อหนาๆบวมๆเหมือนศพที่ตายอึดแล้วมานานและตะใคร่สีเขียวเป็นเส้นๆปะปนอยู่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างกายของผม
 
ผมที่ยาวหยักลากพื้นเปียกน้ำไหลเป็นทางตามทางที่ผมเดินออกมาจากประตู ผมเดินต่อไปแขนขวาของผมที่ดูเหมือนจะเป็นพังผืดขึ้นช่วงข้อศอกไว้ทำให้ผมไม่สามารถวางแขนได้ปกติ ผมเดินกระเพกๆต่อไป
 
จนถึงหน้าห้องๆหนึ่งดูเหมือนจะเป็นห้องน้ำผมก้าวเดินผลักประตูเข้าไปที่ห้องนั้น และเดินตรงไปยังกระจกส่องหน้า สิ่งที่ผมได้พบคือ ริมผีปากที่บวมปริเจ่อ และเนื้อบวมๆที่พอกอยู่เต็มใบหน้าผมที่ยาว ขึ้นแหว่งๆเป็น
 
กระจุกๆ บวกกับเนื้อที่บวมๆบนหนังศีรษะ มองดูแล้วชวนให้ขยักแขยง ผมเดินไปยังห้องน้ำที่มีฝักบัวห้องหนึ่ง เปิดฝักบัวแล้วใช้มือด้านซ้ายลูบเนื้อที่บวมนิ่มของผมอย่างรุนแรง เนื้อเหล่านั้นหลุดติดออกมาหล่นแผล่ะๆ
 
ลงตามพื้น กองมันเป็นก้อนเนื้อแหยะๆไหลไปตามน้ำ ผมลูบๆรีดๆ ทั่วร่างกายของผมด้วยความรังเกียจ หนังหัวของผมหลุดออก ผมที่เป็นกระจุกๆ หลุดหล่นไหลไปตามน้ำ ผมไม่กล้านึกต่อเลยว่าตัวผมจะเป็นอย่างไร
 
แต่ผมโชคดี ผมตื่นขึ้นพร้อมกับยิ้มว่า ฮ้า... ทุกอย่างกูฝันไปนี่หว่า - -'
 
Photo 1 of 40

Custom HTML

No content has been added yet.

Windows Media Player