Num 的个人资料Room of Silent照片日志列表更多 工具 帮助

日志


10月2日

Dejavoo Part II

Dejavoo Part II
 
        ว่าด้วยเรื่องของ เดจาวู ในอีกมุมความคิดนึง ที่ไม่ได้อธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์หรือเกี่ยวกับสมอง แต่อธิบายมาจากนักฟิสิกส์คนว่าเกี่ยวกับมิติคู่ขนาน
 

ทฤษฎีที่สาม จักรวาลคู่ขนาน

อธิบายเกี่ยวกับ โลกคู่ขนาน หรือ จักรวาลคู่ขนาน ก่อนหมายถึง จักรวาลที่ดำเนินไปพร้อมกับจักรวาลที่เราอยู่นี้ ทฤษฎีนี้นักฟิสิกส์ริเริ่มคิดขึ้นมา มีเหตุการณ์ที่เราลังเลอยู่ 2 ทาง แต่เราก็ตัดสินใจไปทางหนึ่ง แล้วคิดไหมว่า ถ้า ณ วันนั้นเราติดสินใจเป็นอย่างอื่น อะไรจะเกิดขึ้น

ในโลกนี้ที่เรามีตัวตนอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็มีเราอีกคนหนึ่งในอีกโลกหนึ่ง และมีโลกคู่ขนานมากมายนับไม่ถ้วน..

เช่น ขณะนี้เราได้ตัดสินใจบางสิ่ง ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จ ขณะที่อีกคนของเราได้ตัดสินใจไปอีกทางทำให้ชีวิตตนเอง และผู้อื่นเสียหาย ก็เป็นได้ อีกตัวอย่าง บางครั้งคุณอยากฆ่าตัวตายแต่คุณล้มเลิก บางทีคุณในโลกคู่ขนานอาจฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้อะไรประมาณนี้

ตัวอย่าง ปัญหาทางทฤษฎีมิติเวลา สมมติคุณเดินทางย้อนเวลาได้ เมื่อวานคุณเก็งหุ้นตัวหนึ่ง วันนี้หุ้นนั้นล้ม คุณล้มละลาย คุณเดินทางย้อนเวลาไปเตือนคุณในอดีตคุณในอดีตรู้คำเตือน และยกเลิกหุ้นตัวนั้น เมื่อวานคุณไม่ได้ถือหุ้นตัวนั้น ถ้าเช่นนั้น วันนี้คุณไม่ได้ล้มละลาย ในเมื่อคุณไม่ได้ล้มละลาย คุณก็ไม่ได้เดินทางย้อนเวลาไปบอกตัวเองในอดีต คุณในอดีตก็ไม่รู้ว่า หุ้นตัวนั้นจะล้ม และเก็งหุ้นตัวนั้นตกลงวันนี้คุณล้มละลายหรือเปล่า

ทฤษฎีเกี่ยวกับโลกคู่ขนาน จึงถูกคิดขึ้นเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ความผันผวนของมิติเวลาเหล่านี้ ทุกๆเหตุการณ์ที่เรามี 2 ตัวเลือก จะเกิดโลกคู่ขนาน 2 โลก และจาก 2 โลก ถ้าเราเจอเหตุการณ์อื่นที่ต้องตัดสินใจ 2 ทาง แต่ละโลก จะเกิดโลกคู่ขนานอีก 2 โลก โลกคู่ขนานจึงมีจำนวน นับไม่ถ้วน

จากตัวอย่างเรื่องหุ้น ทฤษฎีอธิบายว่า คุณไม่อาจเปลี่ยนอดีตของตัวได้ เมื่อคุณเดินทางไปบอกตัวเองให้เลิกหุ้นนั้น คุณในอดีต ที่ตัดสินใจไม่เอาหุ้นนั้น จะเกิดอนาคตที่วันนี้คุณไม่ล้มละลาย.. จริง แต่เป็น คนละอนาคต กับวันนี้ของคุณ ที่คุณล้มละลาย คือเกิดเป็น 2 โลก คุณกลับมาปัจจุบัน โลกวันนี้ คุณก็ยังล้มละลายอยู่ดี แต่โลกที่คุณย้อนไปบอก คุณอีกคนนั้นเขาไม่ล้มละลาย

(ถ้าใครเคยดูการ์ตูนดราก้อนบอลแซดคงเข้าใจมากขึ้น ทรังค์ย้อนเวลาจากโลกที่ถูกหมายเลข 17,18 ทำลาย มาในปัจจุบัน ในที่สุดโลกที่เขามา ไม่ถูกทำลาย แต่เขากลับไป โลกของเขาก็ยังเป็นโลกที่ถูกทำลายอยู่ดี ไม่เช่นนั้นเขาจะมาได้อย่างไร)


มีคนผูกทฤษฎีเดจาวู กับทฤษฎีจักรวาลคู่ขนาน กล่าวว่า การที่เรารู้สึกหรือเห็นภาพที่คล้ายว่าเคยทำมาก่อน นั่นแหละ คุณเคยทำจริง แต่เป็นคุณในอีกโลกหนึ่งต่างหากที่ได้ทำ คุณในทุก ๆ โลก ถูกผูกกันด้วยสายใยบางอย่าง อาจเป็นเพราะ สมองมีคลื่นตรงกัน ก็เป็นคุณคนเดียวกันนี่นา ในบางจังหวะที่เหมาะสม กระแสประสาทจูนกัน คุณก็ได้รับรู้ถึงกระแสความคิดจากคุณในอีกโลก

 

ปล. อ่านแล้วอาจ งงๆหน่อยนะแต่ถ้าทำความเข้าใจแล้วจะรู้สึกน่าทึ่งอะไรไม่รู้แปลกๆดี

ความฝัน

Subject: Dream ?
 
           เป็นยังไงกันมั่งเอ๋ย ไม่ได้อัพ space เลย ก่อนหน้านี้ทำงานไม่ค่อยมีเวลาว่างเลย ตอนนี้ออกจากงานซะละ(เพราะเบื่องานซะแล้ว ฮะฮะ) เลยมีเวลามานั่งั่มโบ๊ะ พิมพ์ space เล่น ฮึฮึ ฉะนั้นวันนี้ก็เลยหาอะไรดีๆมี ฟามมมมรู้มาฝากคนอ่านซะหน่อย อันว่าด้วยเรื่องของ ความฝันนนน ใครมีความฝันบ้างยกมือขึ้น (^^)/ ความฝันในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความฝันที่ ใฝ่ฝันอยากจะเป็นอะไรในอนาคตน๊า แต่เป็นความฝันๆที่ฝันเวลานอนจริงๆเลยย ฮึ่ม มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า หลายๆคนก็มีความฝันหลายๆแบบ บางคนก็ว่า สามารถจะบังคับฝันของตัวเองได้ สามารถเป็นตัวแสดงมีความฝันของเราเองได้โดยในความฝันนั้นเราเป็นบุคคลที่ 1 เลยที เดียว และบางคนก็จะฝันโดยเห็นเรื่องราวต่างๆในเรื่องที่กำลังฝันอยู่โดยที่อาจจะมี ตัวเรา คนที่เรารู้จัก หรือแม้กระทั่งใครก็ไม่รู้ โดยที่ในการแสดงนั้นเราเหมือนเป็นบุคคลที่ 3 ที่คอยดูเรื่องราวดำเนินไปโดยที่ไม่สามารถบังคับอะไรได้เลย เหมือนดูหนังอะไรอย่างนั้น และในความฝันของใครบางคนนั้นอาจจะเสมือนเป็นทั้งบุคคลที่ 3 และสามารถควบคุมความฝันให้ตัวละครดำเนินไปตามที่ตัวเองคิดได้ ก็อาจจะเป็นเพราะคนเรานั้นมีอาการหลับอยู่ด้วยกันหลายระดับแล้วแต่คนจะหลับถึงระดับไหน อันนี้ยังไม่ยืนยันนะเพราะเคยอ่านนานมาแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อตอนที่เราตื่นขึ้นส่วนใหญ่แล้วไม่นานเราจะลืมความฝันนั้นไปว่าเราฝันอะไรน๊า มาดูกันดีกว่าว่าทำไมบางทีเราลืม แต่บางทีมันไม่ลืม
 
 

ความฝัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

 
ความฝัน ในบทความนี้หมายถึง ความฝันในขณะที่นอนหลับ สำหรับความหมายอื่นดูได้ที่ ความฝัน (แก้ความกำกวม)

ความฝัน คือประสบการณ์ของภาพ เสียง ข้อความ ความคิด หรือความรู้สึกในขณะที่กำลังนอนหลับ โดยผู้ที่ฝันไม่สามารถควบคุมได้

ความฝันมักจะเต็มไปด้วยความคิดในด้านต่างๆ ซึ่งความฝันสามารถเกิดได้ตั้งแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคมจนถึงเรื่องเหลือเชื่อ รวมไปถึงเรื่องสนุกสนาน เรื่องตื่นเต้น เรื่องน่ากลัว เรื่องเศร้า ที่เรียกว่าฝันร้าย และในบางครั้งความฝันจะมีเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งมีผลต่อเนื่องอาจทำให้เกิดอาการฝันเปียกในผู้ชาย หลายๆครั้งที่ความฝันเป็นตัวกระตุ้นความรู้สึกทั้งทางด้านจิตใจและทางด้านศิลปะให้แก่ผู้ที่ฝัน

นักวิทยาศาสตร์ได้มีการศึกษาความฝันโดยอ้างอิงกับการเคลื่อนไหวของดวงตาขณะนอนหลับ (rapid eye movement, REM) การกระตุ้นของต่อมponsส่วนประกอบส่วนหนึ่งของก้านสมอง หรือการเปลี่ยนแปลงของการเต้นของหัวใจ

นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า คนทุกคนเฉลี่ยแล้วจะมีความฝันในปริมาณที่เท่าเทียมกัน ถึงแม้ว่าบางคนจะรู้สึกว่าไม่ได้ฝันหรือนานๆทีจะได้มีความฝัน นั่นเพราะสาเหตุที่ว่าความฝันของบุคคลนั้นจางหายไปเมื่อตื่นนอน ความฝันมักจะเลือนหายถ้าสถานะของการฝันของบุคคลนั้นค่อยๆเปลี่ยนจาก สถานะอาร์อีเอม เป็นสถานะเดลต้า และตื่นนอน ในทางกลับกันถ้าบุคคลนั้นตื่นขึ้นขณะที่อยู่สถานะอาร์อีเอม (เช่นตื่นโดยนาฬิกาปลุก) บุคคลนั้นมักจะจำเรื่องที่ฝันได้ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกความฝันที่จะถูกจำได้

ความฝันในสิ่งมีชีวิตอื่น

การวิจัยค้นพบว่าสัตว์ได้มีความฝันเช่นเกียวกับมนุษย์ โดยเมื่อสัตว์หลับอยู่ในสถานะอาร์อีเอม สัตว์จะมีความฝันเกิดขึ้น (ถึงแม้ว่าจะไม่มีการระบุเป็นรูปธรรมว่าสัตว์ฝันถึงเรื่องใด) สัตว์ที่มีระยะของสถานะอาร์อีเอมนานที่สุดคือ อาร์มาดิลโลสัตว์ชนิดหนึ่งมีลักษณะคล้ายตัวตุ่น สัตว์ที่มีความฝันบ่อยสุดคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์ประเภทนก อาจเนื่องมาจากลักษณะรูปแบบในการนอน กบเป็นสัตว์ไม่มีการนอนหลับยกเว้นในช่วงเวลาจำศีล ได้มีการทดสอบความฝันของแมวว่า แมวมักจะฝันถึงการล่าเหยื่อโดยอ้างอิงจากลักษณะการเคลื่อนไหวของขาและร่างกาย ในขณะที่สุนัขได้มีการเคลื่อนไหวของช่วงขาในลักษณะของการวิ่งรวมถึงการเห่าในขณะที่นอนหลับ

 

ปล. ^^ เค้ายังอุวาห์ไปรู้ได้นะว่าสัตว์มันฝันอะไรอยู่ - -' เอาไว้วันหลังจะมาอธิบายเรื่อง ความฝันให้กระจ่างกว่านี้นะ

5月24日

ขออะไรที่มีสาระมั่ง

คำว่า"เดจาวู??"

คุณเคยบ้างมั๊ยที่อยู่ๆก็แวบเข้ามา ในสมองแล้วรู้สึกว่า " เหมือนเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว แต่จำไม่ได้ ว่าในฝัน หรือในอดีต " เรามาฟังคำอธิบาย หรือประสบการณ์ของคนที่เจอเหตุการณ์ แบบนี้กันดูดีกว่า "

ทางการแพทย์เขาเรียกว่า การไหลของคลื่นกระแสไฟฟ้า ในสมองเกิดการผิดปกติครับ คือ ไหลไปยังไงไม่รู้ทำให้การกระทำที่เรากำลังทำอยู่ ณ ขณะนั้นคลับคล้ายว่าเคยเกิดมาก่อนหน้านี้มาแล้ว แต่ไม่สามารถจำเวลาได้...... แต่โดยความเชื่อของผมเองแล้วนั้น ที่เรียกว่าเดจาวู นี่เป็นประสพการณ์ทางจิต ที่เกิดได้กับทุก คนและทุกเวลาได้ คือมันเป็นทั้งโลกคู่ขนาน และเวลาที่ผ่านไปแล้วในอดีตอันยาวไกล ( ชาติก่อนๆโน้น ) คล้ายๆกับ ทฦษฎีสัมพันธภาพ ของไอน์สไตน์ล่ะครับ คือสิ่งใดก็ตามที่เคยเกิดไปแล้วในอดีต จะย้อนกลับมาเกิดซํ้าอีกเหมือนกับการที่ เรากลับชาติมาหลายๆชาติ นั่นแหละครับ

เราจะผ่านประสบการณ์มากมาย และบางสิ่งอาจหลงเหลือในความทรงจำของเรา แล้วเราย้อนกลับมาเกิดอีก ทำให้รู้สึกว่าเคยเห็นมาก่อน ส่วนโลกคู่ขนาน คือ โลกที่ขนานกับโลกแห่งความจริง ที่เรามีตัวตนอยู่ในขณะนี้ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็มีเราอีกคนหนึ่งในโลกอีกโลกหนึ่ง...... เช่นขณะนี้เราได้ตัดสินใจบางสิ่ง ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จ ในขณะที่อีกคนของเรานั้นได้ตัดสินใจไปอีกทางทำให้ชีวิตตนเอง และผู้อื่นเสียหาย แต่มันเกิดในโลกคู่ขนาน หรือ บางครั้งคุณอยากฆ่าตัวตายแต่คุณล้มเลิก บางทีคุณในโลกคู่ขนานอาจฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้ ประมาณนี้ละครับ

มาดูแนวคิดของหลักวิทยาศาสตร์กันบ้างดีกว่า deja vu เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าเคยได้พบเห็นมาแล้ว แต่ทางวิทยาศาสตร์เขาอธิบายว่า เป็นการที่สมองของเราแปลข้อมูลผิดพลาด พูดง่ายๆก็คือ เราไม่ได้เห็นมาแล้วหรอก แต่เราคิดไปว่าเห็นมาแล้ว

สมองคนเราก้อเหมือนเครื่องจักรย่อมเกิดข้อผิดพลาดบ้าง การเกิดเดจาว ูคือ เมื่อสมองรับภาพมาจากประสาทตา ก้อนำมาแปลความหมาย เพราะ ฉะนั้นสมองทั้งสอง ต้องทำงานประสานกันและไว้มาก เมื่อเกิดสมองข้างหนึ่ง เกิดส่งข้อมูลมาช้าไปเพียงนิดเดียว ก็ทำให้สมองแปลความหมายของภาพนั้น ว่าเป็นภาพจากความจำไม่ใช้ปัจจุบัน ทำให้เรารู้สึกว่าเหตุการที่เราเจอนั้นเราเคยเห็นมันมาก่อน...... โดยส่วนมากจะเกิดกับคนที่เป็นลมบ้าหมู และจะเกิดบ่อยมากก่อนที่จะมีอาการชัก

เดจาวูเป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ..ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า "เดจาวู" มันเกิดจากการที่ขณะหลับ จะมีการหลับอยู่หลายขั้น (ประมาณ 5ขั้น) ถ้าเห็นอนาคตที่เคยทำ ก็จะอยู่ประมาณขั้นที่ 3 ยิ่งขั้นมากขึ้น ความสัมพันธ์กับร่างกายและวิญญาณ จะยิ่งห่างไกลกันออกไป ถ้าหลับลึกถึงขั้นที่ 5 ก่อนหลับจะรู้สึกชาตามร่างกายทั้งตัว ขยับตัวเองไม่ได้ พูดไม่ได้(ลักษณะที่คนทั่วไปเรียกว่าถูกผีอำ) ถ้าหลับในสภาพนี้ อัตราค่าซิงโครกับร่างกายจะลดต่ำ ลงจนเหลือ 0 แล้ววิญญาณก็จะหลุดออกจากร่างกาย.... (จะเป็นไงก็ไม่รู้เพราะยังไม่มีใครเคยลองทำ)

มีคนเล่าว่า เขานั่งรถทัวร์กลับต่างจังหวัดตอนดึก ระหว่างทางเห็นอุบัติเหตุข้างทาง แล้วก็ผ่านไป สักพักก็เห็นอีก เห็นอยู่เรื่อยๆที่สำคัญเป็น คันเดิม คนเดิมและกำลังหันมามองเขาอยู่ด้วย พอตื่นขึ้นมา รถจอดปรากฏว่ามี อุบัติเหตุเกิดขึ้นเหมือนในฝันเป๊ะเลย

แล้วมีอีกประเภทหนึ่งคือนอนหลับไป แล้วรู้สึกว่าตัวเองลอยๆขึ้นๆ ในความคิดรู้ว่ามันคือฝันๆ เราต้องการจะตื่น แต่ว่าไม่สามารถขยับแขนขยับขาได้ พยายามลืมตาก็ลืมไม่ขึ้น ตะโกนพูด ก็พูดไม่ได้ เรียกใครก็ไม่ได้ แล้วซักพักก็จะตื่นเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้ผมเจอกับตัวเองบ่อยมาก (อาทิตย์ละ1-2ครั้ง) แล้วก็คุยไปคุยมาก็เคยเห็นคนมา post ว่าเจอเหมือนกันผมเด๊ะๆเลย ก็เลยอยากจะรู้ว่ามีใครเคยเจอเดจาวูมั่งมั้ยครับ แล้วเป็นยังไง

 

ที่มา: http://www.assump.net/webboard/00163.html

5月18日

Gastroscopy

วันนี้จะมาพูดถึงการส่องกล้องเข้าทางปากกันน๊า
 
ไม่น่ากลัวหรอก แต่โครตน่ากลัวต่างหาก
 

การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร คืออะไร

           คือการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น โดยการส่องกล้องเข้าทางปาก ทำให้แพทย์สามารถมองเข้าไปตรวจดูหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนตัวได้ เพื่อดูว่าอะไรเป็นสาเหตุของอาการปวดท้อง กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารเป็นท่อเล็กบางที่สามารถงอได้ มีให้กล้องขยาย แสงสว่างที่ปลายท่อ ซึ่งสามารถใส่ผ่านจากปากเข้าไปในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นได้

 

 

ควรจะเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนมาตรวจ

1. ห้ามรับประทานอาหาร และดื่มน้ำทุกชนิดก่อนมารับการตรวจ อย่างน้อย 6 ชม. ก่อนการตรวจทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่ากระเพาะอาหารว่างเปล่า เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นจากการสำลักอาหาร และน้ำเข้าไปในหลอดลมขณะที่กลืนกล้องลงสู่ลำคอ
2. ผู้ป่วยควรมาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลานัดประมาณ 30 นาที่เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมตัวให้พร้อม
3. ในรายที่มีฟันปลอมถอดได้ ต้องถอดออก
4. ถ้ามีโรคประจำตัว หรือแพ้ยาต่างๆ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
5. ควรนำญาติมาด้วย ถ้าผู้ป่วยกลัวและวิตกกังวล

 

ขั้นตอนและวิธีการตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น

 

อะไรจะเกิดขึ้นบ้างกับตัวท่าน ขณะได้รับการตรวจ

1. ในห้องตรวจ ท่านจะได้รับการพ่นยาชาเฉพาะที่ลงในลำคอ เพื่อให้ยาชาบริเวณด้านหลังของคอ สำหรับยาชาที่พ่นนี้สามารถกลืนลงไปได้โดยไม่เป็นอันตราย
2. ท่านจะต้องให้นอนตะแคงซ้าย หลังจากนั้นแพทย์จะใส่กันกัดในปาก ซึ่งจะมีรูเปิด สำหรับให้กล้องผ่านลงไปได้
3. หลังจากนั้นแพทย์จะทำการส่องกล้อง โดยจะผ่านจากปากเข้าไปในลำคอ กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น โดยไม่เจ็บ ซึ่งปกติจะใช้เวลาในการตรวจ ประมาณ 10-20 นาที ในระหว่างทำการตรวจ แพทย์ผู้ตรวจจะใส่ลมเล็กน้อย เข้าไปในกระเพาะอาหาร เพื่อให้กระเพาะขยาย และสามารถมองเห็นสิ่งผิดปกติภายในได้ ซึ่งจะไม่เจ็บเพียงแต่บางท่านอาจจะรู้สึกรำคาญบ้าง และบางท่านอาจมีน้ำลายมาก ควรปล่อยให้นำลายไหลออกมา ไม่ต้องกลัวเปื้อน เนื่องจากจะมีผ้ารองน้ำลายปูไว้ให้ กั้นเปื้อน กรุณาอย่ากลืนนำลายลงไป เพระาจะทำให้สำลักและอึดอัดได้ตลอดเวลาที่แพทย์ทำการส่องกล้องตรวจนี้ผู้ป่วยหายใจทาง จมูกไม่ควรหายใจทางปาก

หมายเหตุ

- ในรายที่กลัวและวิตกกังวล แพทย์อาจจะให้ฉีดยาคลายกังวลให้
- การปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ จะช่วยให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว และปลอดภัย

การปฏิบัติตนหลังได้รับการตรวจ
1. ท่านจะรู้สึกเหมือนมีเสมหะติดยู่ในลำคอ หรือรู้สึกหนาๆ เหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาชา ความรู้สึกเช่นนี้จะยังอยู่ประมาณ 10-15 นาที หลังจากหมดฤทธิ์ยาชาแล้ว อาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป เป็นปกติเช่นเดิม
2. ระหว่างที่คอยังชาอยู่ ให้บ้วนน้ำล้างปากได้ เพียงแต่อย่ารีบร้อนดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารเพื่อป้องกันอาการสำลัก
3. หลังจากคอหายชาแล้วให้เริ่มจิบน้ำก่อน เพื่อทดสอบระบบการกลืน ว่าเป็นปกติหรือยังจึงให้รับประทานอาหารได้ ควรจะเริ่มรับประทานอาหารก่อน จนสามารถกลืนได้ง่ายขึ้น
4. สำหรับผู้ป่วยบางท่านที่ได้รับยาฉีดให้นอนหลับเพื่อคลายกังวล อาจจะยังมีอาการง่วงนอนอยู่จำเป็นต้องนอนพักให้ฟื้น และรู้สึกตัวดีก่อน จึงกลับบ้านได้
5. ผู้ป่วยบางท่านที่นอนพักใน ร.พ. อาจจะต้องงดน้ำ และอาหารต่อตามแผนการรักษาของแพทย์
6. สำหรับผู้ป่วยที่กลับบ้านได้ เมื่อกลับบ้านแล้วควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานอาหารและยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง
7. เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ควรมารับการตรวจรักษาตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

 

ปล.อยากจะบอกว่ากล้องที่ส่องเข้าไปยาวเมตรกว่า -_-' ว่าจะหารูปเครื่องสยองมาให้ดูซะหน่อยหาไม่เจอ แย่จัง :P

2月18日

ข้อความจากหนังสือดีๆเล่มหนึ่ง

วิธีปฏิบัติ 6 ประการเพื่อทำให้ผู้อื่นชอบท่าน
 
1.จงเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อผู้อื่น
 
2.ยิ้ม
 
3.จงจำไว้ว่าชื่อบุคคลใดก็ตามสำหรับบุคคลนั้นเป็นสำเนียงหวานที่สุดและสำคัญที่สุดในภาษามนุษย์
 
4.จงเป็นนักฟังที่ดี จงสนับสนุนให้อีกฝ่ายหนึ่งคุยถึงเรื่องของเขา
 
5.สนทนาในเรื่องที่อีกฝ่ายหนึ่งสนใจ
 
6.จงทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ และจงทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
 
    เป็นข้อความที่ดีมะชอบมากเลยล่ะเป็นจริงทุกข้อเลยด้วย และข้อให้ทุกคนชนะใจคนที่รู้จักให้ได้นะ โดยเฉพาะข้อ 6 อย่าลืม ปฏิบัติตามนะ ที่มาของหนังสือชื่อว่า "วิธีชนะมิตร และจูงใจคน" ของ เดล คาร์เนกี
ใครอยากอ่านหาเอาเองเด้อ...
 
1月2日

เรื่องราวของคุณลุงคนนึง

เหตุมันเกิดจากคุณลุงคนนึงนอนอยู่ที่ริมชายหาดอย่างมีความสุขโดยที่ไม่ได้ทำอะไร
จากนั้นมีชายคนนึงได้เห็นท่านนอนอยู่อย่างงี้จึงเดินเข้าไปถามว่า....
"ลุงๆ ไม่ทำงานหรอ"

ลุงจึงตอบว่า "อ้อลุงก็เก็บปลาเก็บหอยแถวๆชายหาดขายกินอยู่ได้ล่ะหลาน"

ชายจึงถามลุงว่า "ลุงแค่ลุงเก็บปลาแถวชายหาดจะพอกินหรอ ทำไมลุงไม่ออกเรือไปหาปลามาขายมากๆล่ะ"
ลุงตอบว่า "ออกไปหาปลากลางทะเลมันลำบากน่ะหลานต้องตากแดดตากฝน"
ชายได้ฟังจึงตอบว่า"แต่เหนื่อยตอนนี้ แล้วลุงจะสะบายนะ"
ลุงหัวเราะแล้วตอบชายคนนั้นไปว่า "แล้วตอนนี้ลุงไม่สะบายหรอ"
ชายคนนั้นจึงเข้าใจและเดินจากไปโดยหมดข้อสงสัย
 
 
 
 
จากเรื่องนี้จึงบอกได้ว่า การทำอะไรอย่างพออยู่พอกิน ไม่ลำบากเป็นความสุขสูงสุดที่จะหาได้ ถึงจะทำงานมากมายเคร่งเครียดเพื่อเงินจำนวนมาก แต่แล้วก็จะเสียเวลาแห่งความสุขของเราไป โดยที่เงินก็ไม่สามารถเอาเวลาแห่งความสุขของเรากลับคืนมาได้
11月22日

ความรัก กับน้ำเปล่า copy มา ^^

 ความรัก กับน้ำเปล่า

 

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า.. ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ...ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า … มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร
... แต่มันกลับมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น

ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด
ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน
หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง
เหมือนกับน้ำเปล่า
คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ

อย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ
มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้ …..

แม้น้ำเปล่า จะซาบซ่า ไม่เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม
แม้น้ำเปล่าจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง
แต่น้ำเปล่า มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย
มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใด ๆ

น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ
เหมือนกับรักแท้ …
คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์
เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด

8月6日

คืออะไรดี

โรคปากไม่ตรงกับใจ หรือ Mouth not same Heart
 
            เป็นโรคที่เป็นกันมากในโรคนี้และเราก็เป็น อ่ะฮ้าแย่จริงแก้ไม่หาย เกิดขึ้นเกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นหรือวัยเจริญพันธ์ ถ้าไม่รีบรักษารับรองแย่แน่นอน โรคนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่ออยู่กับเพศตรงข้ามโดยเฉพาะคนที่เราหมายปอง
 
---อาการของโรค  อาการเริ่มต้นอยากจะอยู่ใกล้กับคนๆนั้นมากๆแต่มิกล้า ยิ่งอยู่ใกล้เท่าไหร่ก็จะยิ่งอาการหนักขึ้นๆทุกๆรัศมี 1 cm ถ้าเกิดเป็นอาการหนักมักจะเกิดขึ้นหลังจากการกระทำปากไม่ตรงกับใจไปแล้ว หรือทำพฤติกรรมแย่ๆออกไป หรืออาจทำให้นั่งบ้าไปได้หลายวัน พอก่อนอาการ..
 
---สาเหตุของโรค  เกิดจากพบคนที่โดนใจอย่างแรงแต่ปอดไม่กล้าเข้าใกล้ เมื่อคุณเค้าเดินเข้ามาใกล้ทีไรเป็นต้องออกอาการ และจะอาการหนักเมื่อเค้าเริ่มอ้าปากคุยด้วย และจะบ้าไปในที่สุด เอิ้กๆ
 
---การป้องกัน   ไม่มีโว้ย เนื่องจากมานโดนใจตริงๆ                     นะ
 
---การรักษา    รักษาไม่ได้โดนแพทย์ ณ ปัจจุบัน แต่สามารถปรึกษา อาจารย์หนุ่มได้ จะช่วยหัวเราะ ฮ่าๆ